โรคภูมิแพ้ในเด็กแก้ได้ที่ต้นเหตุ

โรคภูมิแพ้ในเด็กแก้ได้ที่ต้นเหตุ

ภูมิแพ้ในเด็กแก้ได้ที่ต้นเหตุ
ภูมิแพ้ในเด็กแก้ได้ที่ต้นเหตุ

ในปัจจุบัน พบว่า ผู้ป่วยเด็กมีอาการทางโรคภูมิแพ้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แพ้อาหาร ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบหรือหอบหืด การหาสาเหตุว่าผู้ป่วยแพ้อะไร หรือที่เรียกว่า “การตรวจหาสารก่อโรคภูมิแพ้ ในปัจจุบัน สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่

วิธีที่ 1 การทดสอบทางผิวหนัง (skin test)

เป็นการทดสอบโดยหยดน้ำยาสารก่อโรคภูมิแพ้ แล้วใช้ปลายเข็มสะกิดผิวหนัง โดยไม่มีเลือดออก ทำง่าย ใช้เวลารอผลเพียง 15 นาที โดยก่อนทำต้องหยุดยาแก้แพ้ แก้หวัด แก้เมารถอย่างน้อย 7 วันก่อนการตรวจ แต่ยังสามารถใช้ยาพ่นทางจมูก ยาพ่นแก้หอบ หรือรับประทานยา singulair และ pseudoephridine ได้

การทำการทดสอบทางผิวหนังนั้น ทำได้ที่ท้องแขนหรือแผ่นหลัง ในกรณีเด็กเล็ก ปกติสามารถทำได้ตั้งแต่เด็ก อายุ 3 เดือน แต่ ในเด็กเล็ก น้อยกว่า 1 ปี การตอบสนองทางผิวหนังอาจไม่ดีมากเท่าเด็กโต

ข้อดีของวิธีนี้ คือ ราคาไม่แพง ทำได้เร็ว รอผลได้เลย และมีความไวของการทดสอบกว่าการเจาะเลือด ส่วนความแม่นยำ ถ้าผู้ป่วยแพ้แบบรุนแรง สามารถ เห็นผลได้ชัดเจน

วิธีที่ 2 การเจาะเลือด (specific IgE)

การทดสอบทางการเจาะเลือดนั้น เป็นการเจาะหา IgE (แอนติบอดีชนิด E) ของร่างกายที่ตอบสนองต่อ สารก่อโรคภูมิแพ้ การเจาะเลือดสามารถทำได้เลย ไม่ขึ้นกับการรับประทานยาใดๆ หลังทำต้องรอผลประมาณ 1 สัปดาห์  มีราคาแพง แต่สามารถเจาะเลือดสารก่อภูมิแพ้ ได้ละเอียดมากหลายตัว เช่น การแพ้อาหาร สามารถบอกโมเลกุลของอาหารที่แพ้ว่า แพ้อาหาร ที่ผ่านความร้อนสูงได้หรือไม่ วิธีนี้มีความไว (sensitivity) น้อยกว่าการทำทดสอบทางผิวหนังแต่มีความจำเพาะ (specificity) มากกว่า

การทดสอบทั้งสองวิธีนั้น เป็นการตรวจหา IgE ซึ่งบ่งบอกถึงอาการแพ้ฉับพลัน ได้แก่ ผื่นแพ้แบบลมพิษ การแพ้แบบรุนแรง (ผื่นลมพิษ ตาบวม หอบ) หรือภาวะโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบเรื้อรัง ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ

การแพ้อาหารแบบสะสม ที่ต้องใช้เวลาในการกินหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยถึงจะมีอาการ เช่น ครืดคราด คัดจมูก ท้องเสีย น้ำหนักตัวน้อย หรือ ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง อาจตรวจไม่พบด้วยสองวิธีนี้

ส่วนการตรวจในต่างประเทศหรือบางห้องปฏิบัติการที่เป็นการตรวจแบบหา IgG (แอนติบอดีชนิด G) นั้น ปัจจุบันยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือต่อการค้นหาสารก่อโรคภูมิแพ้ อีกทั้งยังมีราคาแพงมากกว่าสองวิธีที่กล่าวไป

ดังนั้นหากผู้ปกครองของเด็กภูมิแพ้ทั้งหลายสนใจ ต้องการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ สามารถปรึกษากุมารแพทย์ทั่วไป หรือ พบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้เพื่อปรึกษาก่อนได้รับการตรวจด้วยวิธีต่างๆค่ะ

 

ขอบคุณที่มา : http://www.vichaiyut.co.th